ระเบียบโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา
ว่าด้วยการปฏิบัติตนของนักเรียน  พ.ศ.2553
 
 


          โดยที่สมควรปรับปรุงระเบียบโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา  ว่าด้วยการปฏิบัติตนของนักเรียนเพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงให้ตราเป็นระเบียบใช้
ดังต่อนี้
            1.ระเบียบนี้เรียกว่า  ระเบียบโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา   ว่าด้วยการปฏิบัติตนของนักเรียน  พ.ศ.2553
            2.ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่  2  พฤษภาคม  2553  เป็นต้นไป
            3.ให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา  ที่มีอยู่เดิม   บรรดาระเบียบประกาศหรือข้อตกลงใดขัดแย้งกับระเบียบนี้  ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
            4.ให้หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป  เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้   ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา  เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดหรืออนุมัติ
5.การปฏิบัติโดยทั่วไปของนักเรียน  นักเรียนพึงปฏิบัติดังนี้
5.1 นักเรียนโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา  พึงรู้และสำนึกเสมอว่าตนเป็นนักเรียนต้องพึงปฏิบัติตนให้เป็นไปตามระเบียบของโรงเรียน ซึงกำหนดไว้โดยเคร่งครัด ไม่ฝ่าฝืนระเบียบ   เพราะระเบียบก่อให้เกิดความดีงามแก่บุคคลและหมู่คณะโดยเฉพาะ
     ก) นักเรียนทุกคนจะต้องมีผู้ปกครองที่ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  พ.ศ. 2522  ถ้านักเรียนเปลี่ยนผู้ปกครองใหม่ต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบ
     ข) นักเรียนทุกคนต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบเครื่องแต่งกาย  โดยเฉพาะทรงผมนักเรียนชายจะต้องสั้นห้ามแสกกลาง  ห้ามไว้นวดเครา
5.2 นักเรียนโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา  จะต้องมาโรงเรียนตามเวลาอย่างสม่ำเสมอ   การหยุดเรียนด้วยประการใดๆก็ตามนักเรียนต้องปฏิบัติตามระเบียบการลาหยุด
5.3 นักเรียนพึงปฏิบัติตนเป็นคนดี  มีความขยันหมั่นเพียร  ซื่อสัตย์สุจริต  ประพฤติตนเป็นคนดีของบามารดา  ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ เพื่อนักเรียนและบุคคลทั่วไปไม่ประพฤติชั่วในเรื่องต่อไปนี้  เช่น  ลักทรัพย์  เล่นการพนัน  สูบบุหรี่  เสพของมึนเมา  ประพฤติตนในทำนองชู้สาว  และเที่ยวเตร่ในเวลาค่ำคืนหรือในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม
5.4 นักเรียนพึงรักษาความสามัคคีระหว่างหมู่คณะ  การแตกแยก  การทะเลาะเบาะแว้งในระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน  ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงอย่างหนึ่ง
5.5 นักเรียนพึงเป็นผู้ดี  มีกิริยาวาจาที่สุภาพ  กล้าหาญ  อดทน  มีสัมมาคาราวะต่อบิดามารดา  ครู  อาจารย์  และมีความสุภาพอ่อนโยนต่อบุคคลทั่วไป  มีวัฒนธรรมศีลธรรมอันดีงาม
5.6 นักเรียนพึงช่วยกันรักษาทรัพย์สินของโรงเรียนทุกอย่าง  ถ้าหากทำเสียหายจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับโรงเรียน
5.7 นักเรียนพึงใช้เวลาให้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง  แก่ครอบครัว  และหมู่คณะ  ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนให้เจริญยิ่งขึ้น
5.8 นักเรียนต้องเป็นผู้มีประชาธิปไตยอันอยู่ในขอบเขตที่ถูกที่ควร  เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเองและเคารพในสิทธิของผู้อื่น
5.9 นักเรียนพึงเสียสละช่วยเหลืองานต่างๆ เพื่อเป็นการพัฒนาโรงเรียนและให้ความร่วมมือกับโรงเรียน
5.10 ไม่นำอาภรณ์ของมีค่า  อาวุธหรือสิ่งประดิษฐ์อื่นใด  ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาหรือเกิดอันตรายเข้ามาในโรงเรียน
5.11 ไม่นำอุปกรณ์การพนันและไม่เล่นการพนันในบริเวณโรงเรียน

5.12 ไม่ครอบครอง  สูบ  บริโภค  บุหรี่  ยาเสพติด  สุรา  หรือของมึนเมาทุกชนิด  หนังสือ  ภาพ  เทป  ที่ผิดต่อศีลธรรมไว้ในครอบครอง
5.13 ห้ามนำเครื่องประดับหรือของมีค่าทุกชนิด  ของใช้ที่เกินความจำเป็นมาโรงเรียน   เช่น   กำไล   สร้อยคอ   แหวน   แว่นกันแดด   ต่างหู   วิทยุ   เครื่องบันทึกเสียง  กล้องถ่ายรูป   เครื่องเล่นวิดีโอ  (หากมีความจำเป็นที่จะต้องนำมาโรงเรียนเพื่อประกอบการเรียนจะต้องขออนุญาตฝ่ายปกครองนักเรียนเสียก่อน
5.14 ไม่ถือเอาผู้อื่นมาเป็นของตน
5.15 ไม่ล้อเลียน  ข่มขู่  ก้าวร้าว  ข่มเหง  ทำรายผู้อื่น
5.16ไม่กระทำสิ่งใดๆที่ผิดกฎหมาย

6. การมาโรงเรียน
6.1 นักเรียนต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียน  หรือชุดลูกเสือเนตนารี  หรือชุดกิจกรรม  หรือชุดนักศึกษา  วิชาทหารมาโรงเรียน
6.2 ต้องมีเครื่องเขียนให้ครบ
6.3 เมื่อเลิกเรียนแล้ว  ให้รีบกลับบ้าน  เว้นแต่จะมีครูควบคุมการซ้อมหรือการเล่น  นักเรียนทุกคนต้องออกจากบริเวณโรงเรียนก่อน  17.30 น.
6.4 ในวันหยุดราชการ  วันหยุดเรียน  ถ้าโรงเรียนมีความประสงค์จะให้นักเรียนมาโรงเรียน  เพื่อทำกิจกรรมใดๆ จะมีใบขออนุญาตผู้ปกครองทราบและใบอนุญาตก่อนหลังทุกครั้ง
6.5 การมาโรงเรียนในวันหยุดเรียน แต่ยังคงเป็นวันราชการตามปกติ   นักเรียนต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนให้เรียบร้อย  ไม่สวมรองเท้าแตะมาเป็นอันขาด  และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองทุกครั้ง
6.6 ไม่อนุญาตให้นักเรียนนาค้างโรงเรียนหรือมาโรงเรียนในวันหยุดราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต

7. การปฏิบัติตนก่อนเข้าห้องเรียน
7.1 เมื่อได้ยินสัญญาณ (เมื่อเปิดเพลงมาร์ชโรงเรียน) ให้นักเรียนทุกคนเตรียมตัวเข้าแถว (หน้าเสาธงหรือหน้า)
7.2 สัญญาณกระดิ่งดังขึ้น   นักเรียนทุกคนต้องเข้าแถวเรียบร้อย  (นักเรียนคนใดที่อยู่ในโรงอาหารหรือหลบอยู่บนอาคาร  ห้องน้ำ  หรือที่อื่นที่ใดถือว่าผิดระเบียบให้จดบันทึกความประพฤติหากมีครูพบเห็น)
7.3 เวลา  08.15 น.  เคารพธงชาติ  ทุกคนร้องเพลงชาติ  สวดมนต์  ไหว้พระ  แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์และฟังการอบรมหน้าเสาธงด้วยความสงบเรียบร้อยในแถว
7.4 การเข้าห้องเรียน  นักเรียนต้องเดินเป็นแถวเข้าห้องเรียนอย่างมีระเบียบ

8. การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในโรงเรียน
8.1 ไม่วิ่งเล่นเกมต่างๆ  ซึ่งจะทำให้เกิดเสียงดังและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน  ให้เล่นในที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น
8.2 เมื่อทำความสะอาดห้องเรียนหลังเลิกเรียน เวลาเย็นแล้ว ทุกคนต้องออกจากห้องเรียน  ก่อนเวลา  17.00 น. 
8.3 รักษาความสะอาดอาคารเรียน  เพื่อความสะอาดและสภาพแวดล้อมที่ดีของนักเรียนเอง
8.4 ไม่ปีนหรือนั่งราวบันได  ขั้นบันได  เล่นกันบนอาคารเรียน  ชายคา  เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุแก่นักเรียน
8.5 ไม่เขียนข้อความหรือรูปภาพ  เส้น  หรือทำให้เกิดการฝังผนังอาคารเรียน  ห้องน้ำ  ห้องสมุดหรือเครื่องใช้ในโรงเรียน
8.6 การเดินบนอาคารให้เดินชิดขวา

9. การปฏิบัติตนในห้องเรียน
9.1 นักเรียนต้องรักษาความเป็นระเบียบ  ไม่คุย  ไม่เล่นในห้องเรียน  ตั้งใจเรียน  ปฏิบัติตามกิจกรรมของการเรียนการสอนครูด้วยความเคารพ  ไม่ลุกจากที่นั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต
9.2 ไม่นำวิชาอื่นขึ้นมาทำ  โดยที่ครูผู้สอนไม่อนุญาต
9.3 เมื่อครูไม่เข้าห้องเกิน  5  นาทีไปแล้วให้หัวหน้าชั้นหรือตัวแทนรีบรายงานหัวหน้าหมวดหรือฝ่ายวิชาการทราบ

10 การออกนอกห้องเรียนขณะมีการเรียนการสอน
10.1 ในระหว่างที่มีชั่วโมงเรียน  นักเรียนจะต้องอยู่ในห้องเรียน  จะไปที่อื่นไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากครูผู้สอนในชั่วโมงเรียน
10.2 ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องออกจากห้องเรียน  ให้ขออนุญาตครูผู้สอนที่กำลังสอน  ไม่ควรลาออกนอกห้องเรียนในคาบแรกที่เข้าห้องทั้งตอนเช้าและตอนหลังพักกลางวัน
10.3 ในกรณีที่ครูไม่อยู่ในห้องเรียน  ให้ทุกคนอยู่ในห้องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  ไม่ส่งเสียงหรือกระทำการใดๆ  อันเป็นการรบกวนห้องเรียนข้างเคียง  ถ้ามีความจำเป็นต้องออกนอกห้องเรียนต้องแจ้งให้หัวหน้าห้องทราบ

11. การมาสาย
11.1นักเรียนต้องมาถึงโรงเรียนก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ (ช้ากว่า  08.15 น.  ถือว่ามาสาย )
11.2 การมาเรียนเมื่อเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาแล้ว  ถือว่ามาสาย  นักเรียนจะต้องปฏิบัติ  ดังนี้

ก) กรณีที่แยกแถวเข้าชั้นเรียน  ถ้ากังทำพิธีหน้าเสาธงอยู่ให้นักเรียนที่มาสายจัดแถวพิเศษบริเวณด้านหลังของแถวหน้าเสาธงแล้วทำพิธิจนเสร็จ  แล้วจึงค่อย เดินอย่างสำรวมเข้าแถวของหมู่ชั้นตนเอง  แต่ถ้าขณะนั้นกำลังรับฟังการอบรมหน้าเสาธงอยู่  ขอให้นักเรียนรีบเดินอย่างระมัดระวังเข้าต่อแถวในหมู่ชั้นของตนเอง
ข) กรณีที่แยกแถวเข้าชั้นเรียนแล้ว  ให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้
1. ให้ลงชื่อที่สมุดรายชื่อผู้มาสายที่ห้องสำนักงานฝ่ายปกครอง
2. สำหรับนักเรียนที่มาสายบ่อยครั้ง  ( ตั้งแต่  3  ครั้งขึ้นไป  )  โรงเรียนจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- ทำโทษตามสมควร  หรือ
- เชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อหาทางแก้ไข

12. การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน
  เมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้วต้องอยู่ในความควบคุมของครู  จะออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยพลการไม่ได้  จนกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน  หากนักเรียนมีธุรกิจจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
12.1 ผู้ปกครองมาขออนุญาตด้วยตนเอง
12.2 ถ้ามีความจำเป็นจริง  ให้ขอแบบอนุญาตได้ที่สำนักปกครองแล้วให้ครูประจำวิชาเซ็นอนุญาตที่เป็นชั่วโมงเรียน  แล้วนำมาให้ครูฝ่ายปกครองเซ็นอนุญาตอีกครั้งหนึ่ง  กรณีที่เป็นเวลาพักเที่ยงให้ครูที่ปรึกษาเซ็นแล้วให้ครูฝ่ายปกครองเซ็นอีกครั้งหนึ่ง  (บัตรอนุญาตที่ถูกต้องสมบูรณ์จะต้องมีลายเซ็นอนุญาตจากครูสองท่าน)  เมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้แสดงบัตร  ต่อครูเวรประจำวันแล้วนำบัตรติดตัวไปด้วย  เมื่อทำธุรกิจเสร็จแล้วกลับเข้ามา
ให้นำบัตรไปคืนที่สำนักงานปกครองให้ครูทราบ

13. การลากิจ  ลาป่วย
13.1 การลาหยุดโรงเรียนทุกครั้ง  นักเรียนต้องยื่นใบลากิจหรือลาป่วยต่อครูที่ปรึกษาประจำชั้นตามเหตุผลที่เป็นจริง  ส่งในวันที่ลาหรือมาโรงเรียนวันแรก
13.2 ท้ายของใบลาให้ผู้ปกครองเขียนข้อความว่า  ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเป็นความจริง  แล้วลงชื่อกำกับ  (จะต้องเป็นลายเซ็นของผู้ปกครองที่มาทำการมอบตัวหรือผู้ปกครองคนที่ 2 ที่ตกลงไว้)
13.3 หากนักเรียนขาดเรียนโดยไม่ส่งใบลา  หรือไม่ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองถึง  2  วันติดต่อกันทางโรงเรียนจะดำเนินการดังนี้
13.3.1 ครุที่ปรึกษาจะส่งใบแจ้งผู้ปกครองครั้งที่  1  หากไม่ได้รับการติดต่อภายใน  2  วันโรงเรียนยังไม่ทราบเหตุผล
13.3.2 จะเชิญผู้ปกครองมาพบ
13.3.3 หากผู้ปกครองไม่มาติดต่ออีก  ทางฝ่ายปกครองจะเสนอผู้อำนวยการ  เพื่อ
พิจารณาสั่งพักการเรียนตามความเหมาะสม

            14. การรับประทานอาหารให้รักเรียนรับประทานที่โรงเรียน  โดยถือปฏิบัติดังนี้
            14.1 ไม่รับประทานอาหารก่อนเวลาพัก
14.2 ไม่นำอาหารและเครื่องดื่มไปรับประทานในห้องเรียน
            14.3 ไม่นำภาชนะใส่อาหารและแก้วน้ำทุกชนิดขึ้นไปบนอาคารเรียน
            14.4 นักเรียนที่นำอาหารมาจากบ้านให้นำไปรับประทานที่โรงอาหาร  หรือบริเวณโรงเรียนจัดให้
            14.5 เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ให้นำภาชนะใส่อาการไปวางไว้บนโต๊ะที่จัดไว้  ให้วางภาชนะเสียก่อน
            14.6 รับประทานอาหารด้วยกริยาอาการเรียบร้อย  ไม่ส่งเสียงดัง  หรือหยอกล้อกันขณะรับประทานอาหาร
 

            15. การทำความเคารพ
            การแสดงความเคารพเป็นการแสดงออกของผู้ที่ได้รับการอบรบกริยามารยาทมาแล้วและเป็นผู้เจริญเสมอ  โรงเรียนได้ปลูกฝังอุปนิสัยให้นักเรียนเป็นผู้รู้จักความเคารพครูอาจารย์และผู้ใหญ่ดังนี้
            15.1 การแสดงความเคารพภายในบริเวณโรงเรียน
            15.1.1 อาจารย์ทุกท่านของโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา  นักเรียนต้องให้ความเคารพนับถือ  ยกย่อง
            15.1.2 เมื่อนักเรียนนั่งหรือยืนอู่กับที่  ครูเดินผ่านในระยะใกล้พอสมควร  ให้แสดงความเคารพโดยการไหว้
            15.1.3เมื่อนักเรียนเดินสวนทางกับครู  ให้นักเรียนหยุดทำความเคารพท่ายืนตรงโค้งคำนับหรือไหว้  เมื่อครูเดินผ่านไปแล้วจึงค่อยเดินต่อไป
            15.1.4 เมื่อนักเรียนเดินตามหลังครู  ไม่ควรชิงขึ้นหน้า  นอกจากจำเป็นจริงๆ  แต่ต้องกล่าวคำขอโทษหรืออนุญาตเสียก่อน  และถ้าครูเดินตามหลังมาระยะใกล้ๆควรหยุด  ให้ครูเดินผ่านก่อน
            15.1.5 เมื่ออาจารย์เข้าห้องเรียนและก่อนออกห้องเรียน  หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพว่า  “นักเรียน  เคารพ”  นักเรียนทุกคนยืนอยู่ท่าเตรียมพร้อมเรียบร้อย  แล้วยกมือไหว้  แล้วกล่าวคำว่า  สวัสดีครับ(ค่ะ)  ขอบคุณครับ(ค่ะ)
            15.1.6 นักเรียนพูดกับครูต้องยืนตรง  ในลักษณะสำรวม  เมื่อพูดเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ให้แสดงความเคารพโดยการไหว้หรือโค้งคำนับ
            15.1.7 เมื่อผู้ใหญ่ทางราชการเยี่ยมโรงเรียน  ให้นักเรียนฟังคำสั่งครูที่สอนขณะนั้น  หากนักเรียนพบเห็นผู้ใหญ่เข้ามาในโรงเรียน  นักเรียนก็จะต้องทำความเคารพด้วยก็จะเป็นการน่ารัก  ใครเห็นต่างก็ชื่นชมยินดี

            15.2 การแสดงความเคารพภายนอกโรงเรียน
            เมื่อนักเรียนพบเห็นครูภายนอกโรงเรียน  ให้แสดงความเคารพโดยการไหว้และกล่าวคำว่า  “สวัสดีครับ(ค่ะ)”  และทักทายปราศรัยแก่ครู-อาจารย์ตามควรแก่โอกาส

            ประกาศ  ณ  วันที่  2  พฤษภาคม  พ.ศ.  2553

 

( นายธงชัย  นิลสุวรรณ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา

 

 
     

การส่งเสริมนักเรียนที่มีความประพฤติดี
            1. เมื่อนักเรียนคนใดกระทำความดี  ช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียน  ช่วยเหลือกิจกรรมของสาธารณชนดี  นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียนในด้านต่างๆ   หรือกระทำตนสมควรแก่การยกย่องชมเชยให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นได้  ให้ครูที่พบเห็นเสนอชื่อและผลงานนั้นต่อหัวหน้าระดับ  เพื่อนำที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายปกครองนักเรียน  เพื่อพิจารณาเพิ่มคะแนนความดีแล้วบันทึกในทะเบียนของนายทะเบียนระดับ   เมื่อสิ้นปีการศึกษาหรือวาระอันควรจะได้มอบเกียรติบัตรหรือโล่เพื่อเป็นเกียรติสืบไป
            2. การเพิ่มคะแนนความดี
            คะแนนความดีจะใช้ในระยะเวลาที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้จนกระทั่งจบหลักสูตรของระดับ  คือ  ม.ต้น  (3ปี)  คะแนนนี้จะนำไปใช้ใน 2 กรณี  คือ
            2.1 หักหลบคะแนนความประพฤติในกรณีที่เคยกระทำความผิดไว้
            2.2 บวกเพิ่มคะแนนค่าความดีมีผลต่อการชมเชย  ดังนี้
            - คะแนนค่าความดีเพิ่มขึ้น 40 คะแนน  ได้รับเกียรติบัตรความประพฤติดี
            - คะแนนค่าความดีเพิ่มขึ้น 60 คะแนน  ได้รับเกียรติบัตรขั้นดีมาก
            - คะแนนค่าความดีเพิ่มขึ้น 80 คะแนน  ได้รับเกียรติบัตรขั้นดีเลิศ
                - คะแนนค่าความดีเพิ่มขึ้น 100 คะแนน  ได้รับโล่เชิดชูเกียรติ
            - คะแนนค่าความดีเพิ่มขึ้น 150 คะแนน  ได้รับโล่เกียรติยศดีมาก
            - คะแนนค่าความดีเพิ่มขึ้น 200 คะแนน  ได้รับโล่เกียรติยศดีเลิศ
3. เกณฑ์การเพิ่มค่าคะแนนความดี
            3.1 ระดับที่ 1 เพิ่มคะแนนความดี 10 คะแนน
            - เก็บเงินตกได้แล้วนำมอบประกาศคืนเจ้าของ ไม่เกิน 100 บาท
            - เก็บสิ่งของได้แล้วนำมอบประกาศหาเจ้าของ มูลค่าไม่เกิน 200 บาท
            - ช่วยเหลือครูอาจารย์ในกิจกรรมต่างๆ เป็นนิจ จนเกิดเป็นนิสัย
            - พฤติกรรมอื่นที่ตีความได้คล้ายคลึงกันนี้

            3.2 ระดับที่ 2 เพิ่มคะแนนความดี 20 คะแนน
            - เก็บเงินได้แล้วนำมอบประกาศคืนเจ้าของ  หรือช่วยเหลือโรงเรียน
               มากกว่า 100 แต่ไม่เกิน 500 บาท
            - เก็บสิ่งของได้นำมอบประกาศหาเจ้าของมูลค่ามากกว่า 200 บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาท
            - มีนิสัยและมีน้ำใจช่วยเหลือครูอาจารย์และผู้อื่นอยู่เป็นนิจ
            - ทำชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนในเกณฑ์ดี
            - พฤติกรรมอื่นที่ตีความคล้ายคลึงกันนี้
3.3 ระดับที่ 3 เพิ่มคะแนนความดี 30 คะแนน
            - เก็บเงินได้แล้วนำมอบประกาศคืนเจ้าของมูลค่ามากกว่า 500 บาท
            - เก็บสิ่งของได้แล้วนำมอบประกาศหาเจ้าของมูลค่ามากกว่า 500 บาท
            - ทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียนเทียบขั้นรองชนะเลิศหรือเหรียญเงินหรือชนะระดับจังหวัด
            - ช่วยเหลือกิจกรรมโรงเรียนด้านบริการชุมชน  จนนำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียนอย่างดียิ่งเสมอ
            - พฤติกรรมอื่นที่คล้ายคลึงกันนี้
3.4 ระดับที่ 4 เพิ่มคะแนนความดี 40 คะแนน
            - ทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียนได้ขั้นชนะเลิศหรือเหรียญทองระดับเขตหรือระดับประเทศ
            - ทำการช่วยเหลือคนอื่นโดยถึงขั้นเสียงแก่ตนเอง
            - พฤติกรรมอื่นที่ดีเยี่ยมจนเกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น

 

เครื่องแบบและเครื่องแต่งกาย

เครื่องนักเรียนชายทุกระดับชั้น

  1. เสื้อ  แบบเสื้อเชิ้ตคอตั้ง  ผ้าขาวเกลี้ยง  ไม่บางเกินควร  ผ่าคอตลอด  สาบที่อก กว้าง 4 ซ.ม.  ใช้กระดุมสีขาวกลม  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซ.ม.   แขนสั้นเพียงเหนือข้อศอก  มีกระเป๋าติดแนวราวนมด้านซ้าย  ขนาดกว้าง 8-12 ซ.ม. และลึกตั้งแต่ 10-15 ซ.ม.  หรือพอเหมาะกับขนาดของเสื้อ
  2. กางเกง  ผ้าสีดำแบบกางเกงไทย  ขาสั้นเพียงเหนือเข่า  พ้นกลางลูกสะบ้า  ประมาณ 5 ซ.ม.  ความกว้างของกางเกงห่างจากต้นขาตั้งแต่  8-12 ซ.ม. เมื่อยืนตรงปลายขาพับเขาไปข้างในกว้าง 5 ซ.ม.  มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บ  ข้างละ 1 กระเป๋า  ไม่มีกระเป๋าหลัง  เวลาสวมให้ทับชายเสื้อให้เรียบร้อย
  3. เข็มขัด  ใช้เข็มขัดหนังกว้างตั้งแต่ 2.5-4 ซ.ม. หัวเข็มขัดเป็นโล่สีเงิน  รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนิดเข็มขัดเดียวมีปลอกหนังสีเดียวกันหนึ่งปลอก  ขนาดกว้าง 1.4 ซ.ม.  สำหรับสอดเข็มขัดแล้วรัดเข็มขัดคาดทับกางเกง  สำหรับที่เป็นลูกเสืออนุญาตให้ใช้เข็มขัดลูกเสือได้
  4. รองเท้า  ใช้แบบหุ้มส้นชนิดผูก  เป็นผ้าใบสีดำไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน
  5. ถุงเท้า  ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลายเวลาสวมอยู่ประมาณครึ่งแข้ง  ไม่ต้องพับ

เครื่องแบบนักเรียนหญิง (ม.ต้น)

  1. เสื้อ  ผ้าขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร  เป็นเสื้อแบบคอพับในตัวลึกพอให้สวมศีรษะได้สะดวก  สาบตลบเขาข้างในมีปกขนาด 10 ซ.ม.  ใช้ผ้าสองชั้นเย็บแบบเข้าถ้ำ  แขนยาวเพียงเหนือศอก  ปลายแขนจีบเล็กน้อยประกอบด้วยผ้าสองชั้นกว้าง         3 ซ.ม. ขนาดของตัวเสื้อตั้งแต่ใต้แขนถึงขอบล่างมีความกว้างพอเหมาะกับลำตัว ไม่รัดเอว  ริมขอบล่างด้านหน้าข้างขวา  ติดกระเป๋าพับเป็นริมกว้างไม่เกิน 2 ซ.ม.  ผูกด้วยผ้าสีกรมท่าชายสามเหลี่ยม กว้างตั้งแต่ 10-15 ซ.ม.  ยาวตั้งแต่ 25-50 ซ.ม. เป็นเงื่อนกลาสี
  1. กระโปรง  สีกรมท่าไม่มีลวกลาย  ตัดแบบธรรมดา  ด้านหน้าด้านหลังเป็นกลีบข้างละ 3 กลีบหักกลีบออกด้านนอก  เย็บพับกลีบล่างลงมาระหว่าง 6-10 ซ.ม.  เว้นระยะความกว้างพองาม  กระโปรงยาวเพียงใต้เข่า
  2. ถุงเท้า  สั้นแบบธรรมดา  เป็นด้ายหรือสักหลาดสีขาวให้พับ 3-4 ซ.ม.ไว้เหนือตาตุ่ม

การไว้ทรงผมของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น
            1. ทรงผมนักเรียนชาย  โดยไว้ด้านหน้าไม่เกิน 4 ซ.ม.  และกลางศีรษะไม่เกิน 2 ซ.ม.  ชายผมรอบศีรษะเกวียนชิดติดผิวหนัง  ไม่ไว้หนวดเครา  (ทรงที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาไม่อนุญาต)
            2. ทรงผมนักเรียนหญิง  อนุญาตให้ไว้ผมยาว  แต่ต้องรวบด้วยยางสีดำรัด  หรือผูกโบว์สีดำ  ไม่ดัดหรือสอย  จะดัดแปลงให้เป็นทรงอื่นไม่ได้

การแต่งกายไปเรียนพลศึกษา
          1. นักเรียนชาย
            - เสื้อ  ใช้เสื้อยืดตามที่โรงเรียนกำหนดให้เท่านั้น
            - กางเกง  นักเรียนชายม.ต้น  ใช้กางเกงวอร์มขายาวสีดำ  ที่เป็นเครื่องกีฬานักเรียน  เอาชายเสื้อเข้าข้างในกางเกง

 

อักษรย่อชื่อของโรงเรียน
ตัวอย่างอักษรย่อทางด้านขวามือ
เครื่องหมายระดับทางด้านซ้ายของเสื้อ
ด.จ.ว.              อักษรย่อของโรงเรียนอยู่ด้านซ้ายมือ
ปักชื่อนักเรียนใต้อักษรย่อของโรงเรียน

การใช้ยานพาหนะ
            โรงเรียนไม่สนับสนุนให้นักเรียนขับขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียน  นอกจากจะไม่เป็นการปลอดภัยและไม่เป็นการประหยัดแล้ว   นักเรียนยังไม่มีใบขับขี่เป็นการผิดกฎหมายด้วย  แต่โรงเรียนสนับสนุนให้ใช้รถจักรยานและให้ยึดหลักปฏิบัติ  ดังนี้

    • จัดเก็บไว้ในที่ทางที่โรงเรียนจัดไว้ให้
    • ไม่จอดรถขวางทางผู้อื่นเพื่อสะดวกในการเข้าออก
    • เมื่อนำรถเข้าเก็บแล้วห้ามนำออกก่อนเวลาเลิกเรียน  เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายปกครอง
    • ให้ใส่กุญแจล็อคเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินทุกครั้ง
    • รถต้องอยู่ในสภาพที่เหมาะสมในการใช้  เช่น  มีห้ามล้อ
    • กรณีที่มีความจำเป็นต้องนำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน  ต้องให้ผู้ปกครองนักเรียนมาดำเนินการขออนุญาตกับฝ่ายปกครองโดยตรง  โดยฝ่ายปกครองจะพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆไปตามเหตุผลตามความจำเป็น
    • ห้ามนักเรียนขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนเกิน 2 คน  และห้ามนำรถที่มีเสียงดังเกิน 80 เดซิเบลเข้ามาในโรงเรียน  ต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง
    • จะต้องจูงรถจากหน้าโรงเรียนถึงที่เก็บรถเมื่อมาถึงโรงเรียน  และจะออกจากโรงเรียนจะต้องจูงจากที่เก็บรถไปจนถึงหน้าโรงเรียน

     

 

 

( นายธงชัย  นิลสุวรรณ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา